ความจริงมักปรากฏในวงเหล้า?
มันเป็นเรื่องจริงจากการที่ได้ไปใช้ชีวิตอันลำบากใน ดินแดนแห้งแล้งสระบุรี เป็นสถานที่นอกตัวจังหวัดไปอีกโขเลยจ่ะก็ไม่มีอะไรมากได้ ไปแวะดู Surway โรงเรียนเพื่อจัดงานวันเด็กกับรุ่นพี่เก่าที่มหาทยาลัยหอการค้าไทย คณะวิดยาคอม อันได้แก่ ซึ่งจะเป็น กรณีศึกษาของเรา

พี่ติ หัวหน้าโครงการ Surway ฝ่ายสันทนาการ พี่แกเป็นคนที่ดูคล่องแคล่วว่องไว บุคคลิกดีฉบไว ฉลาดและสมกับเป็นผู้นำ ถนัดเรื่องการออกกิจกรรม และ เล่นกิจกรรมเป็นพิธีกรทุกอย่างพี่แกทำได้หมด ,

พี่เก่ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หน้าตาดีเพียบพร้อมสไตล์ลูกคุณหนูหล่อแบบเนี๊ยบ ,

พี่แชมป์ฝ่ายกีฬา ตี๋หล่อหน้าตาเด็กเรียน เรียนเก่งกีฬาก็เยี่ยม แต่พูดเหน่อ ,

พี่นุ้ย ฝ่ายศิลป์ บุคคลิกดูเงียบๆขรึมๆ แต่ถ้าให้พี่แกพูดมาล่ะก็เป็นฟังไม่เข้าหู ขัดแย้ง,ถากถาง,หยาบคาย อีกอย่างก็ทำตัวดูเหมือนจะเลว เบียร์ เหล้าบุหรี่ เหมือนพี่แกจะดูเหี้ยสุดในกลุ่ม
และ คนสุดท้ายก็

พี่เลี่ยม ไม่เกี่ยวไรกับ คณะหรอกพี่แกอยู่ บริหารแต่ขอติดสอยห้อยตามเพื่อนซี้แก พี่ติ พี่เลี่ยมเป็นคนตลกฮาตลอดเวลา...มีมุขยิงตลอด ได้โอกาศฟาดมุขปั๊บๆๆๆ
ปัญหามันไม่อะไรมาก เพราะว่าบางที พวกเรามากันตอนเช้าของอีกวันที่พวกพี่ๆไป จัดการปูสถานที่ให้แล้วดังนั้นช่วง แรกๆของวันนั้นจะเป็นกิจกรรมเพื่อน้องๆซะมากกว่า ไม่ได้มีอะไรมากมาย

พี่ติก็ทำหน้าที่เค้าไป ตามสไตล์งาน เรื่องประเด็นหลักๆมันเกิดตรงนี้ เพราะอากาศที่ร้อนและก็พวกพี่ๆคต่างพากันเหนื่อยมีอันได้นั่งหมดแรงพักกันยกใหญ่ ไอ้พวเราต้องไปจัด ห้องสมุด + ทาสีสนามเด็กเล่น ไอ้ครั้นจะทำ 2 อย่างก็ไม่ได้ ไม่กล้าใช้พวกพี่ซักเท่าไร แต่เอาเข้าจริง ก็ต้องพึ่งล่ะก็เลย อาสาไปเรียกอย่างกล้าๆกลัวๆ

ตรงดิ่งไปหาพี่แชมป์เลยเพราะคิดว่าพี่แกช่วยแน่ๆ ปรากฏว่า พี่แกปฏิเสธเพราะจะเล่นกับเด็ก พร้อมๆกับหันไป พี่ติก็เดินหนีไปแล้ว เพราะได้ยินเรื่อง ยกถังสี พี่เลี่ยมเข้ามาอาสายกให้เราไปสนามเด็กเล่ม พร้อมแบกของ พะรุงพรังกลับมาห้องสมุด ตรงนี้เป็น case นึงเลยว่า บางครั้งคนที่เราคิดว่าจะช่วยกลับไม่สนใจเรา ไอ้คนที่คิดว่าน่าจะเข้ามาช่วย(พี่ติ) ยิ่งไปกันใหญ่ ได้ยินถึงกลับ เดินหนีไปเนียนทำกิจกรรม คนที่เราไม่เคยที่จะเข้าไปคุยขุกขิกเค้ากลับทำให้เราไม่ว่าจะเพราะเกรงใจหรือไม่คุ้น แต่ก็เป็นข้อวินิจฉัยว่า คนแปลกหน้า ร้อยละ 60% จะยินดีช่วยเราเสมอหากว่าเราขอความกรุณาเค้าไม่ว่ากรณีใดๆและ ที่เค้าสามารถทำได้



แว่บไปด้านหลัง กลับมีคนคนนึงที่ไม่สนใจ คณะนักศึกษาหรือ เพื่อนๆพี่น้องแม้แต่เด็กๆที่ร่วมงาน นั่งสูบบุหรี่เฉยๆ อยู่หลังอาคารแต่มือขวาถือ ค้อน ด้วยแดดที่ร้อน + อาคารไม่มีที่กัดแดด พี่นุ้ยนั่งทำงาน เงียบๆ กับ เด็ก 2-3 คนที่เข้ามาหยอกพี่แกเป็นจังหวะๆ ในตอนนี้ จากคนที่ดูเหี้ยมาตลอดพูดจาหยาบโลนชอบเบรคเพื่อนๆกลับดูเป็นมิตรกับเด็กเล็กที่เข้ามาเล่นด้วย อีกทั้งยังทำงานเงียบๆตอกตะปู ขึงที่บังแดด บริเวณหลังอาคารใกล้แท็งค์น้ำที่จะเป็น ห้องอาบน้ำในเวลาต่อมา ตรงนี้ทำให้รู้ว่า บางทีการที่เราจะมองคนแค่ภายนอกอย่างเดียวก็คงไม่ได้ คนบางคนอาจจะดูไม่เป็นมิตร แต่กลับ ซื่อสัตย์ทำงานตามหน้าที่ไม่บ่นหรือต้องการเอาหน้าแต่อย่างใด บวกกับเด็กที่เข้ามาหยอกเค้าเค้าก็ไม่มีท่าทีรำคาญยังไง
แปลกก็แต่พี่เก่ง หายไป ตลอดบ่ายเพราะอะไร ก็อาจจะเป็นไปได้ สองกรณี
1. ไปทำงานเงียบๆแบบพี่นุ้ยโดยไม่สนใจอะไร
2. หายไปเนยนหลับซึ่งตรงนี้ก็พิสูจน์ไม่ได้?

ตกเย็นอีกครั้ง มีกิจกรรมตลอดกลางคืน มีมุขเสี่วๆลาวๆ เกิดขึ้นมากมายแต่ก็ดูได้ฮาดีแม้บางมุขจะถูกเล่นไปแล้วในชิงรอยชิงล้านจนดึก เวลาดึกนี่สิที่เกิดวงเหล้านกัขึ้น
ในวงเหล้ามักจะเป็นเหการณ์ที่เราจะรู้ว่า สันดานคนแต่ละคนคิดยังไงและดิบยังไง
เหล้าปาเข้าไป 2-3 ขวดแล้ว ทำให้เราทราบว่า
1. พี่ติที่ดูจะมีความน่าเชื่อถือและเป็นผู้นำลับไม่ไหวเอาซะเลย พี่แกไม่ทำอะไรนอกจากรับหน้าแทนเพื่อนเรื่องความดีความชอบ อีกทั้งให้ทำงานหนักๆไม่ทำหาเหตุผลมั่วซั่วไปหมด ขี้เกียจสุดๆ แต่ถ้างานที่ทำแล้วได้ผลตอบรับดีโดยไม่เสียแรงพี่แกทุ่ม อันน้หลุดจากปากพี่เลี่ยม
2.พี่เก่งไม่ได้อยากจะมาที่นี่ พี่แกไม่ชอบบรรยากาศที่นี่ ไม่ชอบบ้านอก ไม่มีอะไรนอนอยู่บ้านดีกว่าที่มาเพราะเพื่อนมาเลยอยากมาพอมาถึงแล้วมันไม่มีอะไรพี่แกอยากกลับ เลยนอนฆ่าเวลาจนเวลาผ่านไปผ่านไป พูดง่ายๆไม่เต็มใจมา อันนี้หลุดจากปากของพี่ติ
3.พี่เลี่ยมกลับไม่โดนใครนินทานอกจากแชมป์ที่ไม่ได้เมาแต่เผาว่า พี่แกแก้ผ้าหมดทุกอย่างตอนอาบน้ำโทงเทงโฮโฮ
4. พี่นุ้ยนั่งเงียบๆในศาลากับเด็ก 3-4 คนหยอกล้อเล่านิทานแม่มดกับเด็กๆแถวนั้น โดยไม่สนใจใครในวงเหล้าไม่ว่าชวนยังไง

กรณีศึกษาสรุปแล้ว : บางครั้ง คนที่เราคิดว่าจะพึ่งพาได้กลับเป็นได้แค่เปลือกที่เราเห็นเท่านั้นอย่างพี่ติที่เหมือนจะเป็นผู้นำกลับพึ่งไม่ได้ทั้งเวลาที่มีปัญหาและเวลาที่ไม่มีปัญหาแต่เค้าก็สามรถสร้างความสนุกแก่ทุกๆคนได้ พี่เลี่ยมกลับเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเพื่อนและการรับผิดชอบแก่คนที่ไม่ใช่เพื่อนเรานั้นสำคัญและสุภาพแค่ไหน พี่เก่งสอนให้เห้นว่า บางครั้งมุนษย์เราก็อยากจะหนีจากวัตถุแต่ก็ไม่เคยตัดใจได้ ส่วนพี่นุ้ย ก็ทำให้เห็นว่า คนที่รู้จักคำว่าหน้าที่และความรับผิดชอบ+ตัวตนของความเป็นมิตร แม้ว่าจะแสดงออกมาทางชั่วๆ แต่เอาเข้าจริงตรงกันข้าม
เพราะ สติ และ จิตใต้สำนึกของแต่ละคนนั่นเอง
ติดตามกรณีศึกษาต่อไป
edit @ 2007/09/11 02:00:49